รู้จักเรา

สินค้าและอุตสาหกรรมที่เป็นนโยบายเศรษฐกิจในภาพรวม

ระบบเศรษฐกิจของปากีสถานเป็นแบบกึ่งอุตสาหกรรม

(semi-industrialized) ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 21.6 ของ GDP ภาคเกษตรร้อยละ 25.3 และภาคบริการร้อยละ 53.1 ปากีสถานมีแรงงานประมาณ 59.7 ล้านคน


สินค้าหลักของปากีสถาน


สินค้าเกษตรและอาหาร ภาคการเกษตรของปากีสถานคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.6 ของ GDP และสร้างการจ้างงานกว่าร้อยละ 45 สินค้าเกษตรและอาหารซึ่งเป็นสินค้าหลักของปากีสถาน ได้แก่ ผลไม้แห้ง ธัญพืช กากน้ำตาล ผักและผลไม้ (ส้มคินโนว์) ยาสูบ ชา/กาแฟ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และสัตว์ปีก



เสื้อผ้าและสิ่งทอ สิ่งทอเป็นสินค้าส่งออกหลักของปากีสถาน โดยปากีสถานเป็นผู้ส่งออก สิ่งทอใหญ่ลำดับที่ 12 ของโลก และสามารถผลิตฝ้ายมากเป็นลำดับที่ 4 ของโลก อุตสาหกรรมสิ่งทอส่วนใหญ่ของปากีสถานตั้งอยู่ในรัฐปัญจาบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญๆ ได้แก่ พรม สินค้าหัตถกรรม และเครื่องหนัง



แร่และโลหะ ปากีสถานมีศักยภาพในการส่งออกแร่และโลหะสูง เนื่องจากปากีสถานอุดม ไปด้วยทรัพยากรแร่และโลหะ ได้แก่ หินอ่อน ออนิกส์ แกรนิต แร่ทัลก์ (หินสบู่) เกลือหิน เกลือทะเล ยิปซั่ม ถ่านหิน อัญมณี ฯลฯ



ผลิตภัณฑ์ด้านวิศวกรรม สินค้าส่งออกหลักภายใต้ผลิตภัณฑ์วิศวกรรม ได้แก่ พัดลม อุปกรณ์ขนส่ง เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์แพทย์และเครื่องมือผ่าตัด ชุดอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร อุปกรณ์กีฬา เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเฟอร์นิเจอร์


สาขาอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

สิ่งทอ การแปรรูปอาหาร เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์กระดาษ การทำปุ๋ย ประมงกุ้ง ภาคอุตสาหกรรมของปากีสถานมีแนวโน้มเติบโตสูงร้อยละ 3.5 (ลำดับที่ 86 ของโลก)


สาขาอุตสาหกรรมที่รัฐบาลปากีสถานให้ความสำคัญและเห็นว่าไทยให้ความสนใจ

  1. โรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งปากีสถานมีถ่านหินเป็นจำนวนมากที่รัฐซินด์และบาโลจิสถาน
  2. การสำรวจหาก๊าซธรรมชาติ ปากีสถานมีก๊าซธรรมชาติที่รัฐซินด์และรัฐบาโลจิสถานมากแต่ ยังไม่ได้มีการสำรวจเท่าที่ควร ซึ่งบริษัทต่างชาติสามารถลงทุนร่วมกับบริษัทปากีสถานหรือเลือกจะดำเนินการเองทั้งหมดก็ทำได้
  3. ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม
  4. ธนาคาร
  5. เฟอร์นิเจอร์ โดยปากีสถานมีฝีมือและความเชี่ยวชาญในการทำเฟอร์นิเจอร์ไม้และงานแกะสลักไม้ บริษัทไทยสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์จากปากีสถานและอาจจะส่งออกไปยังประเทศต่างๆได้
  6. การท่องเที่ยว ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญในสาขานี้เป็นอย่างดี และ
  7. ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง โดยสามารถใช้บริเวณรอบๆ ทะเลอารเบียนทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง โดยใช้น้ำทะเลจากทะเลอารเบียน ซึ่งประเทศไทยมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างมาก นอกจากนี้ รัฐซินด์จะให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษกับผู้ลงทุนในสาขานี้