รู้จักเรา

ภาพรวมประเทศ


ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง ทิศตะวันตกติดกับอิหร่านและอัฟกานิสถาน ทิศเหนือติดกับจีน
ทิศตะวันออกติดกับอินเดีย และทิศใต้ติดกับทะเลอาหรับ
พื้นที่ 796,096 ตารางกิโลเมตร (ไทยมีพื้นที่ราวร้อยละ 75 ของปากีสถาน)
เมืองหลวง กรุงอิสลามาบัด (Islamabad)
ประชากร 180 ล้านคน ประกอบด้วยเชื้อชาติปัญจาบร้อยละ 59 ปาทานร้อยละ 14   ซินด์ร้อยละ 12   บาลูชีร้อยละ 4 และมูฮาเจียร์ (ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากอินเดีย) ร้อยละ 8  และอื่นๆ ร้อยละ 3
ภูมิอากาศ บริเวณส่วนใหญ่ของประเทศมีอากาศร้อนและแห้งแล้ง ยกเว้นภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่อากาศอบอุ่น และภาคเหนือมีอากาศเย็น
ภาษา ภาษาอูรดู (Urdu) เป็นภาษาประจำชาติ  ส่วนภาษาอังกฤษใช้ในรัฐบาลกลาง และมีการใช้ภาษาท้องถิ่นอื่นๆ อาทิ ปัญจาบี ซินดิ ปาทาน และบาลูชี
ศาสนา ประชากรร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม (ในจำนวนนี้ ร้อยละ 80 เป็นนิกายสุหนี่ และร้อยละ 20 เป็นนิกายชีอะห์)
นอกจากนั้น มีศาสนาคริสต์ ฮินดู และอื่นๆ รวมร้อยละ 3
หน่วยเงินตรา รูปีปากีสถาน (Pakistani Rupee) อัตราแลกเปลี่ยน 1 รูปีปากีสถาน เท่ากับ0.33 บาท (ณ ธันวาคม 2557)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ประมาณ 2.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2556)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 1,308 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคน ต่อปี (ปี 2556)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ            ร้อยละ 4.4 (ปี 2556) (ไทยร้อยละ 6.5)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 7.7 (ปี 2556)
ระบอบการปกครอง

ปากีสถานมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ปัจจุบัน คือ นายมามนูน ฮุสเซน (Mamnoon Hussain) ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 และนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะรัฐมนตรี ปัจจุบัน คือ นายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ (Muhammad Nawaz Sharif) ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556


ข้อมูลทั่วไปเมืองการาจี

เมืองการาจี เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศปากีสถานและเป็นเมืองหลวงเก่า ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศในรัฐซินด์ มีประชากร ประมาณ 23 ล้านคน เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม การเงิน การธนาคารและการคมนาคมของประเทศ และเป็นที่ตั้ง ของสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนสำคัญๆ หลายแห่ง อาทิ ธนาคารกลางปากีสถาน (State Bank of Pakistan) ธนาคาร National Bank of Pakistan ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาลปากีสถาน ตลาดหลักทรัพย์เมืองการาจี (Karachi Stock Exchange) หน่วยงานส่งเสริมการค้าปากีสถาน (Trade Development Authority of Pakistan - TDAP) สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมปากีสถาน ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ (Karachi Expo Center) รวมทั้งศูนย์ส่งออกสินค้าเมืองการาจี (Karachi Export Processing Zone - KEPZ) และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ Sindh Industrial Trading Estate (SITE) และ Korangi Industrial Area เป็นต้น ตลอดจนเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทเอกชนรายใหญ่ของปากีสถานจำนวนมาก อาทิ บริษัทสิ่งทอ บริษัทผลิตรถยนต์ บริษัทขนส่งสินค้า (Shipping) รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของปากีสถาน อาทิ หนังสือพิมพ์ Dawn Newspaper, The News, Business Recorder และสถานีโทรทัศน์ GEO TV เป็นต้น

นอกจากนี้ เมืองการาจียังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลใหญ่ของประเทศต่างๆ จำนวน 24 ประเทศ ได้แก่ สกญ.สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ตุรกี จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน กาตาร์ โอมาน คูเวต อิหร่าน ศรีลังกา บังกลาเทศ อัฟกานิสถาน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย และมีสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ฯ อีกจำนวน 70 ประเทศ รวมทั้งยังมีสำนักงานการค้าเวียดนามประจำเมืองการาจีด้วย


ข้อมูลทางเศรษฐกิจและดัชนีชี้วัดที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ในปี 2556 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของปากีสถาน มีมูลค่า ประมาณ 2.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และโดยที่เมืองการาจีเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน อุตสาหกรรม การเงินและการธนาคารของประเทศ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของสถาบันทางการเงิน ธนาคารและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ อาทิ บริษัทสิ่งทอ โรงงานผลิตเหล็ก ปูนซีเมนต์ รถยนต์ เคมีภัณฑ์และยา อาหารสำเร็จรูป รวมทั้งอุตสาหกรรมทางการเกษตรและการประมง เช่น ฟาร์มเลี้ยงไก่ โค กุ้งและปลา เป็นต้น ทำให้สภาวะเศรษฐกิจของการาจีมีความสำคัญ ต่ออัตราการเจริญเติบโตของปากีสถานอย่างมาก โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเมืองการาจี คิดเป็นมูลค่า ร้อยละ 20 ของ GDP ของปากีสถาน

สำหรับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของปากีสถาน (GDP Growth Rate) ในปี 2557 คาดการณ์ว่า มีอัตราร้อยละ 4.1 ส่วนรายได้ประชากรต่อหัว (GNP Per Capita Income) ในปี 2557 มีอัตรา 1,370 ดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนี้ หน่วยงาน Federal Board of Revenue of Pakistan ยังได้ระบุตัวเลขการเก็บภาษีรายได้จากการดำเนินธุรกิจการค้าในเมืองการาจีว่า คิดเป็นร้อยละ 25 ของการเก็บภาษีรายได้ของการค้าภายในประเทศทั้งหมด


ตลาดหลักทรัพย์การาจี (Karachi Stock Exchange)

ตลาดหลักทรัพย์การาจีเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของปากีสถาน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1947 โดยปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ รวม 4,646 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมี market capitalization มูลค่า 7,746 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


สถาบันการเงินและการธนาคารในเมืองการาจี

ธนาคารกลางปากีสถาน (State Bank of Pakistan) และธนาคาร National Bank of Pakistan (NBP) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาลปากีสถาน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมือง การาจี นอกจากนี้ ยังมีธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินจากต่างประเทศและปากีสถานเอง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่หรือสาขาในเมืองการาจีอีกกว่า 40 แห่ง อาทิ ธนาคาร Standard Chartered Bank, Barclays Bank, HSBC Bank, Royal Bank of Scotland, Sindh Bank, Bank of Punjab, Industrial Development Bank เป็นต้น


นิคมอุตสาหกรรมในเมืองการาจี

เมืองการาจียังเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศหลายแห่ง อาทิ ศูนย์ส่งออกสินค้าเมืองการาจี (Karachi Export Processing Zone), Sindh Industrial Trading Estate (SITE), Korangi Industrial Area, North Karachi Industrial Zone, Bin Qasim Industrial Zone เป็นต้น โดยโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานผลิตสิ่งทอ ฝ้าย ผลิตภัณฑ์เคมีและยา โรงงานผลิตรถยนต์ เหล็ก และปูนซีเมนต์ เป็นต้น


การคมนาคม

ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของปากีสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการขนส่งและคมนาคมอยู่ในช่วงของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการขนส่งทางบกถือเป็นเส้นทางลำเลียงและ ขนถ่ายสินค้าหลักภายในประเทศของปากีสถาน (Backbone of Pakistan’s Transport System) ทั้งนี้ เส้นทางขนส่งทางถนนทั่วประเทศ มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 9,574 กิโลเมตร และปัจจุบันชาวปากีสถานนิยมใช้ระบบการขนส่งทางถนนในการสัญจรภายในประเทศ โดยมีอัตราสูงถึง ร้อยละ 91 และใช้ในการขนส่งสินค้าถึง ร้อยละ 96 สำหรับเส้นทางรถไฟเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขนส่งสินค้า โดยปากีสถานมีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อกันทุกรัฐจากภาคเหนือจรดภาคใต้และเชื่อมเข้าสู่ท่าเรือขนถ่ายสินค้าสำคัญๆ ในเมืองการาจีทางภาคใต้ของประเทศเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

ส่วนเส้นทางการขนส่งทางน้ำถือเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าจากปากีสถาน ไปยังต่างประเทศ โดยปากีสถานมีท่าเรือน้ำลึกสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือการาจี (Port of Karachi) และท่าเรือ Qasim (Port of Qasim) ซึ่งท่าเรือทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในเมืองการาจี ส่วนท่าเรืออีกแห่ง คือ ท่าเรือ Gwadar (Port of Gwadar) ตั้งอยู่ที่เมือง Gwadar ในรัฐบาโลจิสถาน

สำหรับเส้นทางการขนส่งทางอากาศ ปากีสถานมีท่าอากาศยานพาณิชย์หลายแห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถทำการขนส่งสินค้าได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ


ระบบการขนส่งภายในประเทศ

การขนส่งทางบก

ปากีสถานมีทางหลวง (National Highway) ทั้งหมด 12 เส้นทาง และมีทาง ด่วน (Motorway) อีก 4 เส้นทาง เชื่อมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเข้าด้วยกัน ถนนดังกล่าวรองรับการขนส่งสินค้าร้อยละ 80 ของการขนส่งทางรถยนต์ที่เป็นเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ถนนในพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำ Indus จะได้รับการพัฒนามากกว่าพื้นที่ฝั่งซ้าย เนื่องจากพื้นที่ด้านฝั่งขวาของแม่น้ำ Indus เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาตั้งแต่ในอดีต อย่างไรก็ดี หลังจากที่ท่าเรือ Gwadar (Port of Gwadar) ได้เปิดดำเนินการเมื่อปี 2550 เริ่มมีการพัฒนาถนนในพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Indus มากขึ้น เพื่อรองรับการขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือดังกล่าวไปยังภูมิภาคต่างๆ ในประเทศและในต่างประเทศ

ส่วนการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางรถไฟ การาจีมีสถานีรถไฟสำคัญ 2 แห่ง คือ สถานี Karachi City Station และ Karachi Cantonment Railway Station ซึ่งเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟจากเมืองการาจีไปยังเมืองต่างๆ ในรัฐซินด์ รวมทั้งเมือง Quetta รัฐบาโลจิสถาน เมืองละออร์ รัฐปัญจาบ และเชื่อมต่อไปจนถึงกรุงอิสลามาบัดทางภาคเหนือของประเทศ



การขนส่งทางน้ำ

การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของปากีสถาน ประมาณร้อยละ 95 เป็นการขนส่งผ่านทางเรือ โดยปากีสถานมีทางออกสู่ทะเลอาหรับ (Arabian Sea) ทางตอนใต้ของประเทศ ท่าเรือสำคัญที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

  • ท่าเรือการาจี (Port of Karachi)

    ตั้งอยู่ในเมืองการาจี ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียใต้ และใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญมากที่สุดในปากีสถาน สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้ร้อยละ 60 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของปากีสถาน โดยท่าเรือการาจีมีท่าหน้ากว้าง 11 กิโลเมตร สามารถรองรับเรือขนถ่ายสินค้าที่มีระวางขับน้ำ 75,000 ตัน มีพื้นที่ราว 100 เฮกเตอร์ รวมทั้งยังมีพื้นที่อีกราว 60 เฮกเตอร์ ซึ่งอยู่ติดกับท่าเรือเพื่อใช้สำหรับเป็นที่เก็บ/พักสินค้าด้วย

    ท่าเรือการาจีมีทั้งท่าเทียบเรือบรรทุกสินค้าเทกอง (Bulk Carriers) และเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป (General Cargo Ships) โดยปัจจุบันท่าเรือการาจีสามารถรองรับการขน

    ถ่ายสินค้าได้ประมาณ 26 ล้านตัน/ปี สินค้าที่มีการขนถ่ายผ่านท่าเรือแห่งนี้มากที่สุด คือ สินค้าเทกองชนิดเหลว ประมาณ 14 ล้านตัน/ปี รองลงมาคือ สินค้าทั่วไปและสินค้าเทกองชนิดแห้ง ประมาณ 12 ล้านตัน/ปี

    ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลปากีสถานได้ใช้เงินราว 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาระบบการขนถ่ายสินค้าภายในท่าเรือการาจีให้มีความทันสมัยมากขึ้นและยังมีโครงการที่จะสร้างถนนและสะพานอีกหลายโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณใกล้กับท่าเรือ รวมทั้งเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือการาจีกับเมืองท่าสำคัญอื่นๆ ในต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลปากีสถานมีเป้าหมายที่จะพัฒนาท่าเรือการาจีให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและกระจายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียใต้ (โดยมีลักษณะเป็นเมืองท่าเสรีคล้ายฮ่องกง) เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียกลางและตะวันออกกลาง โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ของปากีสถานที่ตั้งอยู่ติดกับอินเดีย จีน อิหร่านและอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นประเทศ land locked ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล

  • ท่าเรือ Qasim (Port of Qasim)

    เป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองการาจี ประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นท่าเรือน้ำลึกเอนกประสงค์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาความแออัดของท่าเรือการาจี สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้ร้อยละ 35 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของปากีสถาน มีหน้าท่ากว้างถึง 45 กิโลเมตร มีพื้นที่ราว 12,000 เอเคอร์ และปัจจุบันสามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้ราว 17 ล้านตัน/ปี

    ท่าเรือ Qasim เป็นที่ตั้งของบริษัท Pakistan Steel Mills (PSM) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของปากีสถาน และบริษัทผลิตไฟฟ้า K-Electric Bin Qasim Power Plant ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่สำคัญในรัฐซินด์ รวมทั้งมีโรงงานผลิตรถยนต์หลายบริษัทตั้งอยู่ในท่าเรือแห่งนี้ ได้แก่ บริษัท Toyata ของญี่ปุ่น มีโรงงานผลิตรถยนต์ซึ่งสามารถประกอบรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศปากีสถาน จำนวน 50,000 คัน/ปี โดยแบ่งเป็นการผลิตรถยนต์นั่ง Toyota Corolla จำนวน 42,000 คัน/ปี และรถปิกอัพ Toyota Hilux อีก 8,000 คัน/ปี ส่วนบริษัท Suzuki ของญี่ปุ่นก็มี โรงงานผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็ก อาทิ รุ่น Swift ตั้งอยู่ในท่าเรือแห่งนี้ โดยสามารถผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศได้ จำนวน 100,000 คัน/ปี

  • ท่าเรือ Gwadar (Port of Gwadar)

    เป็นท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ได้ เปิดทำการเมื่อปี 2550 ตั้งอยู่ที่เมือง Gwadar ในรัฐบาโลจิสถาน อยู่ห่างจากเมืองการาจี ประมาณ 460 กม.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายสินค้าจากปากีสถานไปยังอัฟกานิสถานและประเทศแถบเอเชียกลาง ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล อาทิ คาซัคสถาน อุซเบกิซสถาน ทาจิกิซสถาน และคีร์กิซสถาน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นท่าเรือที่ช่วยลำเลียงสินค้านำเข้าจากจีน อัฟกานิสถานและประเทศแถบเอเชียกลางเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกด้วย


เส้นทางขนส่งสินค้าจากไทยไปปากีสถาน

การขนส่งทางเรือ

สินค้าจากประเทศไทยจะขนส่งมายังปากีสถานโดยทางเรือ โดยประมาณ ร้อยละ 70 ของการส่งออกทั้งหมดจะขนส่งไปยังท่าเรือการาจี (Port of Karachi) ทั้งนี้ การขนส่งสินค้าจากไทยไปปากีสถาน มี 2 เส้นทางสำคัญ คือ

  • เส้นทางที่ 1

    จากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี หรือจากท่าเรือคลองเตยไปยังสิงคโปร์
    จากท่าเรือที่สิงคโปร์ - ท่าเรือการาจี ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ที่สั้นที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุด ประมาณ 14 วัน

  • เส้นทางที่ 2

    จากท่าเรือของไทย - ท่าเรือในประเทศแถบตะวันออกกลาง (อาทิ ท่าเรือดูไบหรืออาบูดาบีของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) - ท่าเรือการาจี ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวกว่าและจะใช้เวลาในการขนส่งสินค้านานกว่าเส้นทางที่ 1 โดยใช้เวลาประมาณ 21 - 27 วัน

การขนส่งทางอากาศ

ปากีสถานมีท่าอากาศยานในประเทศทั้งหมด 59 แห่ง (ทั้งที่เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์และของกองทัพปากีสถาน) โดยท่าอากาศยานนานาชาติส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมือง สำคัญต่างๆ อาทิ กรุงอิสลามาบัด การาจี เมืองละฮอร์ และไฟซาลลาบัด รัฐปัญจาบ เมืองเควตตา รัฐบาโลจิสถาน และเมืองเปชาวาร์ รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว เป็นต้น

สำหรับเมืองการาจี มีท่าอากาศยานนานาชาติการาจี ชื่อ Jinnah International Airport ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของปากีสถาน ปัจจุบันมีสายการบินพาณิชย์และสายการบินขนส่งสินค้า (Cargo) ของประเทศต่างๆ เปิดทำการบินมายังเมืองการาจี จำนวน 34 สายการบิน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 10 ล้านคนต่อปี และปัจจุบันบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ได้เปิดทำการบินในเส้นทางกรุงเทพฯ - การาจี จำนวน 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยทำการบินในเส้นทางกรุงเทพฯ - การาจี รวม 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในวันจันทร์ พุธ และเสาร์ และเส้นทางกรุงเทพฯ - การาจี - มัสกัต อีก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในวันอังคาร พฤหัสบดีและอาทิตย์